วันศุกร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2554

เทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือ

HTC Cha Cha


























HTC ChaCha มีปุ่มเฉพาะสำหรับเฟสบุ๊ค ที่ช่วยให้คุณแบ่งปันทุกๆ อย่างได้ด้วยสัมผัสเดียว จะเป็นภาพถ่ายหรือวิดีโอ ก็ส่งตรงถึงเฟสบุ๊คได้เลย ไม่ว่าจะเรื่องอะไร เวลาไหน แค่สัมผัสปุ่มเฟสบุ๊คดังกล่าว ทุกอย่างก็ง่ายไปหมด พูดคุยกับเพื่อนได้สะดวกกว่าบนโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ก โดยวิดเจ็ตเฟสบุ๊คแช็ตบน HTC ChaCha ช่วยให้คุณสร้างกลุ่มของเพื่อนได้เอง และเห็นครบถ้วนว่าใครกำลังออนไลน์ อยากจะเริ่มแช็ตเมื่อไรก็ลงมือเม้าท์กันได้ทันที แถมยังสับเปลี่ยนการพูดคุยแบบส่วนตัวระหว่างกันได้มากเท่าที่ต้องการ รับรองว่าพูดคุยกันได้ไม่มีติดขัด
  • จอแสดงผลแบบ TFT LCD Touchscreen 262,144 สี ความละเอียด 480x320 Pixels (HVGA : กว้าง 2.6 นิ้ว) พร้อม Keyboard แบบ Full QWERTY ในตัว
  • ประมวลผลการทำงานด้วย Processor ความเร็วในการประมวลผล 800 MHz พร้อมระบบปฏิบัติการ Android OS เวอร์ชัน 2.4 (Gingerbread)
  • หน่วยความจำ ROM ขนาด 512 MB และ RAM ขนาด 512 MB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD Card (TransFlash) ได้สูงสุดขนาด 32 GB
  • เชื่อมต่อ HTML Browser ผ่านระบบ WiFi, HSDPA, EDGE หรือ GPRS พร้อมการเชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่าน Bluetooth
  • กล้องดิจิตอลตัวหลักที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 5 ล้าน Pixels (2592x1944 Pixels), ไฟแฟลช, ระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติ, ถ่ายภาพวิดีโอ



เทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือ


BlackBerry Torch 9800 


ฮาร์ดแวร์
·         ขนาดและน้ำหนักของเครื่องใกล้เคียงกับ Bold 9700
·         หน้าจอสัมผัส 3.2" ความละเอียด 480x360 เท่า Storm ทั้งสองรุ่น ถือว่าใช้งานได้ แต่เทียบกับคู่แข่งแล้วเล็กกว่ามาก
·         ตัวเลื่อนคีย์บอร์ดมั่นคงแข็งแรงดี คีย์บอร์ดแคบกว่า Bold 9700 เล็กน้อย
·         ดีไซน์เครื่องยังดูเป็น BlackBerry แต่อาจดูล้าสมัยไปเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนอื่น
·         ระบบสัมผัสแบบ SurePress (กดกระจกลงไป) ของ Storm หายไปแล้ว
·         หน่วยความจำ 512MB เท่ากับ 9650, เนื้อที่เก็บข้อมูลภายใน 4GB และเพิ่มเองด้วย Micro SD
·         ยังใช้ซีพียู Marvell 624MHz เท่ากับ Bold 9700 อันนี้น่าผิดหวังเล็กน้อย
·         กล้อง 5MP พร้อมแฟลชทำงานได้ดีเยี่ยม แต่ยังจำกัดการถ่ายวิดีโอไว้ที่ความละเอียด 640x480
·         เสียงสนทนาไม่มีปัญหา ไม่พบปัญหาเสาอากาศหรือสายหลุด (ในสหรัฐ Torch ขายกับเครือข่าย AT&T เหมือน iPhone)
ซอฟต์แวร์ กับระบบปฏิบัติการ BlackBerry 6
·         เป็นวิวัฒนาการต่อจาก BlackBerry 5 ไม่มีการเปลี่ยนแปลงชนิดพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินเท่าไร
·         homescreen แบบใหม่ นำแนวคิดของ iPhone มาใช้ คือ มีหน้าต่างด้านล่างของจอที่แสดงรายชื่อโปรแกรมใช้บ่อยอยู่ตลอดเวลา (ของ iPhone มี 4 โปรแกรม แต่ของ BB6 ปรับได้ตามต้องการ)
·         สร้างหมวดของโปรแกรมได้ และใช้วิธีเลื่อนซ้าย-ขวาเพื่อเปลี่ยนหมวด
·         ขอบบนของหน้าต่างที่เป็นแถบสถานะ เอาแนวคิดของ Android มาใช้ โดยคลิกที่ไอคอนใดๆ บนแถบสถานะ จะมีหน้าต่างเลื่อนลงมาให้ปรับแต่งรายละเอียด เช่น คลิกที่เวลาจะพบหน้าจอตั้งเวลา+นาฬิกา เป็นต้น
·         ระบบปฏิบัติการโดยรวมถูกปรับให้มีกราฟิกมากขึ้น
·         Torch ยังมีปัญหาระบบปฏิบัติการทำงานไม่ทันเป็นบางครั้ง เจอเคอร์เซอร์นาฬิกาบ้างเป็นครั้งคราว
·         ฟีเจอร์ universal search ถือเป็นฟีเจอร์การค้นหาบนมือถือที่ดีที่สุด ที่ Engadget เคยใช้มา
·         ระบบอีเมลยังทำงานได้ดีเช่นเดิม โปรแกรมอีเมลของ BlackBerry มีปลั๊กอินเฉพาะสำหรับ Gmail ทำให้ฟีเจอร์ครบถ้วน
·         ฟีเจอร์ Social Feeds รวม social network, IM, RSS เข้าด้วยกัน แต่มีปัญหาการทำงานซ้ำซ้อนกับโปรแกรมเฉพาะทางด้วย
·         เบราว์เซอร์ตัวใหม่ที่ใช้ WebKit ดีกว่าเดิมมาก ให้ความรู้สึกเหมือน iPhone/Android/Palm แต่ Torch อาจตอบสนองช้าไปบ้าง (เป็นปัญหาของฮาร์ดแวร์) และยังไม่รองรับ Flash หรือ HTML5 video
·         ฟีเจอร์มัลติมีเดียถูกปรับปรุง มีวิธีการเล่นเพลงแบบ Cover Flow เพิ่มเข้ามา นอกจากนี้ยังทำ Wi-Fi Sync กับคอมพิวเตอร์ได้
·         แอพพลิเคชันเดิมบางตัว อาจรันไม่ขึ้นบน BlackBerry 6
อื่นๆ
·         แบตเตอรี่อยู่อึด ดังเช่น BB รุ่นอื่นๆ
·         Engadget มองว่า Torch 9800 เป็นพัฒนาการที่ดี ลบจุดอ่อนเดิมๆ ออกไป และถือเป็น BlackBerry ที่ดีที่สุดในขณะนี้แต่เทียบกับคู่แข่งอย่าง Android/iPhone อาจจะดูตามหลังอยู่บ้าง


เทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือ


HTC HD7

  • จอแสดงผลแบบ S-LCD (Super LCD) Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 480x800 Pixels (WVGA : กว้าง 4.3 นิ้ว)
  • ประมวลผลการทำงานด้วย Qualcomm Snapdragon QSD8250 Processor ความเร็วในการประมวลผล 1 GHz พร้อมระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows Phone 7
  • หน่วยความจำ ROM ขนาด 512 MB และ RAM ขนาด 576 MB พร้อมหน่วยความจำภายในสำหรับผู้ใช้ขนาด 8 GB (ยุโรป) หรือ 16 GB (เอเชีย)
  • เชื่อมต่อ HTML Browser ผ่านระบบ WiFi, HSDPA, EDGE หรือ GPRS Class 10 พร้อมการเชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่าน Bluetooth
  • กล้องดิจิตอลในตัว ความละเอียดระดับ ล้าน Pixels (2592x1944 Pixels), ไฟแฟลชระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติถ่ายภาพวิดีโอ (720p : WXGA : 1280x720 Pixels)
      หลังจากปล่อยให้ Android และ iPhone ชิงส่วนแบ่งตลาดไปอย่างสนุกมือ ในที่สุด Windows Phone ก็เริ่มทำตลาดออกไปทั่วโลกกันแล้ว เครื่องแรกที่เข้ามาทำตลาดในบ้านเราน่าจะเป็น HTC HD7 แม้จะยังไม่เป็นทางการ แต่จากการลองเล่นมาสองสามวัน ผมก็พบวว่า Windows Phone 7 แม้จะตามหลังแพลตฟอร์มอื่นๆ พอสมควร แต่ก็นับว่าอยู่ในระดับเดียวกันได้อย่างไม่น้อยหน้าใคร
      รูปร่างภายนอกของ HTC HD7 เป็นรูปร่างแบบเดียวกับโทรศัพท์สมาร์ทโฟนสมัยใหม่ทั่วไป ช่อง micro-USB, หูฟัง 3.5mm ส่วนปุ่มกดนั้นมีปุ่มจริงเป็นปุ่มปิดเปิดด้านบน, ปุ่มเพิ่มลดเสียงด้านข้าง, และปุ่มกล้อง
      หน้าจอล็อกเป็นภาพทั้งแผ่นปิดหน้าจอหลักไว้อยู่ เราสามารถใช้นิ้วลากตรงไหนก็ได้เพื่อโยนภาพปิดนี้ขึ้นด้านบน หน้าจอหลักน่าจะเป็นส่วนที่น่าสนใจที่สุดของ Windows Phone 7 ในฐานะคนใช้ Android มาก่อนก็ต้องบอกว่าหน้าจอหลักของ Windows Phone 7 นั้นคือหน้าจอ Home Screen ของ Android ในแบบที่รวม icon และ widget เข้าเป็นของอย่างเดียวกัน เนื่องจากพื้นที่ไอคอนบนหน้าจอหลักมีขนาดใหญ่มาก ทำให้แสดงข้อมูลพื้นฐานเช่นจำนวนเมลที่กำลังเข้ามา และข้อความได้
ตัว widget เหล่านี้ถูกออกแบบให้มีเพียงสองสี โดยสีหลักที่เป็นพื้น เช่นสีน้ำเงิน จะสามารถคอนฟิกเปลี่ยนไปตามความต้องการของเราได้ ขณะที่อีกสีหนึงจะเป็นสีขาวเสมอ
แอพพลิเคชั่นต่างๆ ใน Windows Phone 7 นั้นใช้ระบบ UI แบบเดียวกับแอพพลิเคชั่นจากไมโครซอฟท์เป็นส่วนใหญ่ โดยจะเป็นหน้าจอกว้างๆ แล้วให้เลื่อนซ้ายขวาเหมือนเปลี่ยนแท็บ หน้าจอแนวนี้ให้ความสวยงามดีมาก แต่การปรับตัวแรกๆ จะงงๆ บ้าง เรื่องหนึ่งที่รู้สึกแปลกกับระบบหน้าจอคือการเลื่อนหน้าจอลงไปด้านล่างทำได้ค่อนข้างช้า ทำให้การเลื่อนหน้าจอไปเรื่อยๆ เพื่อหารายการยาวมากๆ เช่นชื่อในสมุดโทรศัพท์นั้นไม่ค่อยเหมาะสมนัก ทางเลือกที่ดีกว่าจึงเป็นการกดปุ่มค้นหามาหาจากรายการ
Windows Phone 7 นั้นไม่มี multi-tasking ยกเว้นสำหรับแอพพลิเคชั่นของไมโครซอฟท์เองเช่นอีเมล, และ People ที่เป็นหน้าที่เป็นแอพพลิเคชั่นสำหรับ Facebook ในตัว ข้อเสียสำคัญคือแอพพลิเคชั่นอื่นๆ นอกจากของไมโครซอฟท์นั้นเริ่มทำงานช้ามาก ประมาณ 5-10 วินาที เช่น Facebook ยังไม่รวมเวลาที่จะดาวน์โหลดข้อมูลจากเซิร์ฟเวอร์มาอีก
เรื่องอื่นๆ ที่พบเจอก็เช่น Market นั้นรับข้อมูลช้า ทำให้ชั่วโมงแรกของการใช้งานไม่สามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นใดๆ ได้ ต้องวางรอไว้สักพัก และ Windows Phone ทำให้ผมตระหนักได้ว่าระบบกรองสแปมของ Hotmail นั้นยังค่อนข้างแย่ ก็หวังว่าจะได้เวลาปรับปรุงส่วนนี้เพื่อลดการส่ง notification เข้าโทรศัพท์มากเกินความจำเป็นต่อไป